ร่วมสนุกลุ้นผลบอลกับ 188Bet ผู้สนับสนุนทีม แอสตัน วิลล่า ได้แล้ววันนี้

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1]
1
แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) / Re: วิลล่ากับความสำเร็จในยุคของแลมเบิร์ต
« กระทู้ล่าสุด โดย Aston Villa Fanclub เมื่อ กุมภาพันธ์ 13, 2014, 12:34:54 AM »

       สำหรับบทความตอนที่แล้วก็ได้กล่าวกันไปหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อคำตอบว่า แลมเบิร์ต จะใช่คนที่พา แอสตัน วิลล่า กลับไปประสบความสำเร็จหรือไม่? แล้วนะครับ ซึ่งก็คือปัจจัยที่ว่า ระยะเวลาที่แลมเบิร์ตจะทำให้ทีมแอสตัน วิลล่ากลับมาโชว์ผลงานได้ดี คงเส้นคงวา ส่วนปัจจัยต่อมาก็จะเป็นเรื่องของระยะเวลาที่แลมเบิร์ตจะอยู่กับวิลล่าครับ คือถ้าหากว่าแลมเบิร์ตสามารถทำทีมแอสตัน วิลล่าให้มีผลงานที่ดีขึ้นมาในระดับนึง และเป็นที่น่าพอใจของหลายๆคนด้วยเนี๊ย

       ก็จะต้องมาดูกันต่อครับว่าแลมเบิร์ตเขาคิดที่จะอยู่ยาวกับวิลล่า แล้วตั้งเป้าพาวิลล่าก้าว หรือพัฒนาขึ้นไปอีกหรือไม่? ซึ่งถ้าหากว่าแลมเบิร์ตสามารถทำผลงานให้วิลล่าได้ดี และคิดจะอยู่ยาว ก็มีความเป็นไปได้ที่วิลล่าจะกลับเข้ามาสู่เส้นทางความสำเร็จ หรือกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องไปดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย อย่างเรื่องของ แนวทางการพัฒนาของสโมสรว่าเป็นอย่างไร เช่น มีนโยบายในการดึงนักเตะดีๆเข้ามาเสริมทีมหรือไม่? เป็นต้น เพราะสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มเติมโอกาสในการประสบความสำเร็จให้แอสตัน วิลล่าได้ แต่ถ้าหากความคิดของแลมเบิร์ตไปในทิศทางตรงกันข้าม ประมาณว่าตั้งเป้าว่าจะทำผลงานให้แอสตัน วิลล่าได้ดีในระดับนึง แต่ไม่ได้คิดจะอยู่ แล้วบังเอิญว่ามีทีมที่ใหญ่กว่าแอสตัน วิลล่า มาสะดุดผลงานของแลมเบิร์ต และต้องการให้แลมเบิร์ตไปคุมทีม

       ก็แน่นอนครับว่า โอกาสที่แลมเบิร์ตจะไปแสวงหาความท้าทายใหม่ๆกับทีมที่ใหญ่กว่าก็มีสูง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง การหวนสู่ความสำเร็จของทีมแอสตัน วิลล่า ก็อาจจะยาก และไกลตัวออกไปเหมือนเดิมครับ ก็ถือว่าเป็นเพียงแค่การวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินทีมไปตามสภาพการณ์เท่านั้นนะครับ สำหรับทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ซึ่งในความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น แนวโน้มต่างๆของสโมสรแอสตัน วิลล่า ที่จะเป็นไปต่อจากนนี้ อาจจะต่างออกไปจากที่กล่าวเลยก็เป็นได้ครับ เพราะเรื่องของอนาคตไม่มีใครรู้แน่ชัดอยู่แล้วครับ
2
แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) / แอสตัน วิลล่าทีมปั้นนักเตะชั้นดี
« กระทู้ล่าสุด โดย Aston Villa Fanclub เมื่อ ธันวาคม 02, 2012, 01:41:15 PM »
       การที่ทีมฟุตบอลทีมใดทีมหนึ่งจะสามารถปลุกปั้นนักฟุตบอลโนเนม หรือนักฟุตบอลธรรมดาๆคนนึง ให้มีชื่อเสียงมีความสามารถโดดเด่นขึ้นมา จนโด่งดังไปทั่วโลกนั้น มันแน่นอนเหลือเกินครับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่ามีบางทีมที่สามารถทำได้ดีต่อเนื่องเรื่อยมา แม้ว่าที่สุดแล้ว นักเตะที่โชว์ผลงานได้ดี มีชื่อเสียงเหล่านั้นจะหนีหายจากทีมเพื่อไปแสวงหาความสำเร็จใหม่ๆก็ตามที

       ซึ่งหนึ่งในบรรดาบางทีมที่ผมว่านั่นก็คือ ทีมสิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่า ครับ เพราะเท่าที่ติดตามดูฟุตบอลมา หลายๆครั้งของการซื้อขายตัวผู้เล่น มักจะมีข่าวคราวการย้ายทีมของนักเตะฝีเท้าดีจากทีมแอสตัน วิลล่า ไปสู่ทีมยักษใหญ่ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะทีมที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษด้วยกันเอง อย่างที่เป็นที่ฮือฮามากๆในช่วงปีที่แล้วก็คือ แอชลี่ย์ ยัง ปีกพรสวรรค์สูง ที่ย้ายไปร่วมทีมปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด เพราะการย้ายไปครั้งนี้ของยัง นั้นถือเป็นการไปช่วยเติมเต็มเกมรุกให้แมนฯยูไนเต็ดได้ดีมากๆ จนกลายเป็นนักเตะขวัญใจของแฟนบอลแมนฯยูไนเต็ดไปในระยะเวลาไม่นาน แต่ขณะเดียวกัน การออกจากแอสตัน วิลล่าครั้งนี้ของยัง ก็ถือเป็นการสร้างความผิดหวังให้กับบรรดาแฟนบอลสิงห์ผงาดได้ไม่น้อยเลยครับ เพราะ อย่างที่ทราบกันดีว่า ยังเป็นนักเตะที่ฝีเท้าดี มีพรสรรค์ สามารถช่วยสร้างสรรค์ผลงานในแนวรุกให้ทีมได้มากมาย คือเรียกได้ว่าเป็นนักเตะตัวความหวังของทีม ที่แฟนบอลไม่อยากให้ย้ายไปไหนน่ะครับ

       แต่ทว่าการเสียนักเตะชั้นดีไปครั้งนี้ของ แอสตัน วิลล่า ก็ดูจะไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่ครับ เมื่อทีมสามารถดึงเอานักเตะอย่าง ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย เข้ามาทดแทนได้ครับ ส่วนตัวอย่างนักเตะดีๆรายอื่นที่แอสตัน วิลล่าต้องเสียไปให้ทีมต่างๆในระยะหลังนี้ ก็จะมีอย่างเช่น แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ย้ายไปร่วมทีมแมนฯซิตี้ สจ๊วต ดาวนิ่ง ที่ย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล เป็นต้น ครับ แม้ว่ารายหลังนี้อาจจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการเล่นให้ทีมใหม่ก็ตามที แต่ในช่วงที่อยู่กับวิลล่าก็ถือว่าเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทีมเหมือนกันครับ
3
แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) / วิลล่ากับความสำเร็จในยุคของแลมเบิร์ต
« กระทู้ล่าสุด โดย Aston Villa Fanclub เมื่อ พฤศจิกายน 22, 2012, 10:11:42 PM »

       การที่ทีมฟุตบอลทีมใดมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนแปลงเรื่องของตัวผู้จัดการทีมนั้น ย่อมนำมาสู่ความคาดหวังต่างๆนานาจากแฟนบอล  หรือแม้กระทั่งสโมสรเอง ทั้งการคาดหวังว่าจะเห็นทีมพัฒนาขึ้น ผลงานดีขึ้น และการคาดหวังว่าทีมจะประสบความสำเร็จในรายการแข่งขัน ฟุตบอล ใดๆ เรื่องนี้แทบทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้วละ เพราะถ้าหากไม่คาดหวังให้ทีมมีอะไรดีๆขึ้น ก็คงจะไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง อย่าง การเปลี่ยนผู้จัดการทีมเกิดขึ้นหรอก จริงไหมละครับ?

       เว้นเสียแต่ว่าการเปลี่ยนนั้นๆ มิได้เกิดจากความต้องการของสโมสรเอง แต่เกิดจากความหมดใจ หรือความต้องการไปของผู้จัดการทีมคนเก่า หรือนักเตะคนเก่านั้น สโมสรเลยต้องมีการเปลี่ยนอันเกิดจากความจำเป็นเพื่อให้สโมสรยังคงทำงานต่อไปได้ และดำเนินไปในสภาพปกติ อะไรแบบนั้นครับ ฉะนั้นแล้วการก้าวเข้ามารับหน้าที่คุมทีม แอสตัน วิลล่า ของพอล แลมเบิร์ต จึงเป็นอะไรที่น่าจับตามอง และน่าดู น่าชมไม่น้อยเลยครับ ถึงขนาดว่าอาจจะมีคำถามตามมาจากบรรดาคนดูบอลเลยด้วยซ้ำว่า แลมเบิร์ตใช่ไหม ที่จะเป็นคนนำวิลล่ากลับเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จที่พวกเขาเคยได้รับมาในอดีต  คือถ้าหากจะให้ผมเองมองและวิเคราะห์ ก็ถือว่าเป็นอะไรที่มีความเป็นไปได้อยู่ครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย อย่างปัจจัยแรกเลยก็คือว่า แลมเบิร์ตจะสามารถหาทางทำให้แอสตัน วิลล่า โชว์ผลงานได้ดีตามมาตรฐาน แบบคงเส้นคงวาได้เร็วขนาดไหน

       คือการทำผลงานได้ดีในที่นี้ ก็ไม่ได้ถึงขนาดว่า จะต้องชนะบ่อยๆ ต้องไม่แพ้ใคร เหมือนกับที่ทีมใหญ่ อย่างแมนฯยูไนเต็ด เชลซี แมนฯซิตี้เขาตั้งเป้าไว้อะไรแบบนั้นหรอกนะครับ แต่หมายถึงให้มันเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมกับคุณภาพทีม เช่น อาจจะมีแพ้บ้างเวลาเจอกับทีมใหญ่ๆ แต่พอเจอกับทีมเล็กๆ หรือทีมระดับเดียวกันก็สามารถชนะได้ซะเป็นส่วนใหญ่ อะไรแบบเนี๊ย ซึ่งถ้าหากว่าแลมเบิร์ตสามารถทำแบบนั้นได้เร็ว โอกาสที่ความสำเร็จของวิลล่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยที่เขาคุมก็มีมากทีเดียวครับ
4

       เป็นที่ทราบกันดีว่า พอล แลมเบิร์ต เป็นกุนซือทีมฟุตบอลที่มีผลงานน่าประทับใจ อย่างการพาทีมนอริช เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อปี 2011 แต่ ณ ปัจจุบันนี้ พอล แลมเบิร์ต ได้ย้ายมารับความท้าทายใหม่ๆที่ แอสตัน วิลล่า ทีมซึ่งมีเกียรติประวัติที่น่าจดจำมากมาย จริงอยู่ที่การได้ย้ายมาคุมทีมในระดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษเช่นเดียวกับทีมที่เขาได้เคยพาเลื่อนชั้นขึ้นมา อาจจะดูไม่มีอะไรให้กดดันสักเท่าไหร่ เพราะไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องไปตั้งเป้าหมายในการพาทีมเลื่อนชั้นไปสู่ลีกที่ดีกว่า

       ก็ในเมื่อแอสตัน วิลล่า นั้นเป็นทีมที่เล่นอยู่ในลีกที่ดีที่สุด (พรีเมียร์ลีก) ของประเทศอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ความคาดหวังในการมาครั้งนี้ของแลมเบิร์ต ไม่ว่าจะเป็นจากบรรดาแฟนบอลสิงห์ผงาดทั้งหลาย นักเตะในทีม ร่วมถึงทุกฝ่ายในสโมสร คงจะไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้แลมเบิร์ตทำทีมให้อยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกเพียงเท่านั้นแน่นอนครับ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะคาดหวังไว้ว่าแอสตัน วิลล่าจะก้าวขึ้นมาเป็นทีมหัวตารางที่พอมีลุ้นความสำเร็จต่างๆบ้างละครับ แม้ว่ามันอาจจะยังไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้ หรือภายใน 1-2 ปีนี้ก็ตาม และเมื่อประกอบกับการที่ทีมคู่แข่งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นทีมที่ดี ทีมที่แกร่งทั้งนั้น และบางทีมก็ยังมีเป้าหมายการพัฒนา มีความทะเยอทะยานในการพัฒนาทีมที่ชัดเจน ยิ่งทำให้ย้ำชัดได้เลยว่า ความท้าทายใหม่ครั้งนี้ของแลมเบิร์ต ไม่ง่ายเลย

       เพราะทุกนัด หรือทุกแมทการแข่งขันที่ผ่านเข้ามาแต่ละแมทนั้น แลมเบิร์ตจะได้เจอกับความยากทุกครั้งแน่นอน แต่การจะตัดสินว่าแลมเบิร์ตจะก้าวผ่านความท้าทายครั้งใหม่ที่แอสตัน วิลล่าได้หรือไม่ และจะพิสูจน์ตัวเองได้ดีแค่ไหน คงจะมาตัดสินกันตอนนี้ไม่ได้แน่นอนครับ เพราะสิ่งเดียวที่จะตัดสินได้ก็คือ ระยะเวลาที่ผ่านพ้นไปหลังจากนี้ซึ่งจะมาพร้อมๆกับผลงานในแต่ละนัดของวิลล่าครับ
5

       ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวปัญหาที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้จริงๆครับ สำหรับเรื่องราวความขัดแย้งกันระหว่าง ดาร์เรน เบนท์ ศูนย์หน้าที่ดีที่สุดคนนึงแห่งเกาะอังกฤษ กับ พอล แลมเบิร์ต นายใหญ่ของทีมแอสตัน วิลล่า จนถึงขนาดออกมาประกาศแล้วว่า พร้อมที่จะขายดาร์เรน เบนท์ออกจากทีม เพราะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมแล้ว ทั้งๆที่การย้ายทีมของดาร์เรน เบนท์มา แอสตัน วิลล่า นั้น สโมสรได้ทุ่มเงินสูงถึง 18 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

       และก็ด้วยค่าตัวดังกล่าว ประกอบกับการที่เบนท์นั้นเป็นศูนย์หน้าฝีเท้าดีลำดับต้นๆของเกาะอังกฤษ อีกทั้งยังมีดีกรีทีมชาติอังกฤษติดตัวด้วยนั้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนบอลสิงห์ผงาดหลายคน ร่วมถึงนักเตะในทีมด้วย ต่างพากันคาดหวังว่า เบนท์จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะมาช่วยพาทีมก้าวไปข้างหน้า แต่ในเมื่อ ณ ปัจจุบัน สถานการณ์ของเบนท์ภายในถิ่น วิลล่าพาร์ค เป็นไปแบบนี้ ก็แน่นอนละครับว่า หลายๆคนก็คงพากันผิดหวังที่อาจจะต้องเสียนักเตะกองหน้าฝีเท้าดีอย่างเขาไปอีกคน ส่วนในเรื่องของสาเหตุความขัดแย้ง ระหว่างเบนท์ กับกุนซือพอล แลมเบิร์ตนั้น เท่าที่โดยส่วนตัวผมจับใจความได้ก็คือเรื่องของความเห็น หรือแนวทางการเล่นที่ไม่ตรงกันน่ะครับ ประมาณว่าตัวกุนซือพอลแลมเบิร์ตเอง อาจจะมีแนวทาง มีความคิดเห็นในการทำทีมของตนเองอยู่แล้ว แต่เบนท์กับเห็นไม่ตรงกัน แล้วโต้แย้งออกมา ก็เลยทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างเขา กับเบนท์นั้นยากขึ้น จนในที่สุดก็เลยเลือกที่จะไม่ใช้งานเบนท์ อะไรอย่างนี้น่ะครับ

       ส่วนสิ่งที่น่าติดตามกันต่อไปสำหรับเรื่องราวปัญหาดังกล่าวก็คือว่า ในท้ายที่สุดแล้วจะลงเอยแบบใด เพราะถ้าหากว่าลงเอยด้วยการที่สโมสรแยกทางกับ ดาร์เรน เบนท์จริงๆก็น่าลุ้นครับว่าทีมใหม่ที่เบนท์ไปอยู่ด้วยคือทีมอะไร และจะสามารถโชว์ผลงานได้ดีแค่ไหน คือบางทีการย้ายไปของเบนท์อาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จมากมาย ทำผลงานได้ดีกับทีมใหม่จนแฟนบอลทีม แอสตัน วิลล่า เสียดายมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้ครับ
6

       ในการย้ายทีมจากของ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ จากแมนฯซิตี้ มา แอสตัน วิลล่า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการย้ายทีมที่แฟนบอลๆหลายคนชื่นชอบ แม้ว่าในครั้งนั้น นักเตะฝีเท้าดีอย่างเจมส์ มิลเนอร์จะย้ายสวนทางออกไปก็ตามที เพราะ ไอร์แลนด์ถือเป็นนักเตะคุณภาพดี ฝีเท้าดีคนนึง และที่สำคัญเขายังเคยทำผลงานอันยอดเยี่ยมตอนเล่นให้แมนฯซิตี้ อีกทั้งยังเคยได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนฯซิตี้ ซึ่งถ้าจะไม่ผิดก็น่าจะเป็นในปี 2009 ครับ

       แต่ตอนมาเริ่มต้นกับ แอสตัน วิลล่า ใหม่ๆ เหมือนจะเป็นการเริ่มต้นที่ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ครับ เมื่อมาร์ติน โอนีลกุนซือของแอสตัน วิลล่า ณ ตอนที่ ไอร์แลนด์ย้ายมาร่วมทีม ดันแยกทางกันกับสโมสร และกลายเป็น เชราร์ อุลลิเยร์ เข้ามารับหน้าที่แทน ก็เลยทำให้สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับที่นักเตะหลายๆคนเคยเผชิญตอนย้ายทีม ประมาณว่าย้ายไปในช่วงที่ผู้จัดการทีมคนนึงคุมอยู่ แต่พอไม่นานกลายเป็นผู้จัดการทีมอีกคนเข้ามาคุม ซึ่งผู้จัดการทีมคนใหม่เขาก็ต้องการนักเตะใหม่ๆ หรือไม่ต้องการนักเตะบางคนที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเขาน่ะครับ สุดท้าย สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ก็ต้องลงเอยด้วยการย้ายทีมแบบยืมตัวแอยู่กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ การเริ่มต้นไม่ดีๆเหล่านั้นระหว่างไอร์แลนด์ และ สโมสรแอสตัน วิลล่า เองก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อ ณ ตอนนี้ ทีมภายใต้การนำของ พอล แลมเบิร์ต ยังคงมีไอร์แลนด์อยู่ในแผนการทำทีมอยู่

       ฉะนั้นที่เหลือจึงเป็นเรื่องของการพิสูจน์ตัวเอง และการพยายามทำผลงานให้ได้ดีเหมือนครั้งที่ เจ้าตัวเคยทำได้ตอนอยู่แมนฯซิตี้ แล้วละครับ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไร แฟนบอลวิลล่า และรวมถึงคนดูบอลที่ติดตามผลงานของสตีเฟ่น ไอร์แลนด์อยู่แล้วก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป เช่นเดียวกับทีหลายคนติดตามความเป็นไปของนักเตะคนอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้เริ่มต้นกับต้นสังกัดใหม่แบบสวยหรูน่ะครับ
7

       หากจะถามว่าทีม แอสตัน วิลล่า จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้หรือไม่? ผมก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยครับว่า ได้แน่นอน เช่นเดียวกับทีมอื่นๆที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกนั้นแหละ เพียงแต่หากจะให้มันเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เช่น ฤดูกาลนี้ หรืออีก 2-3 ฤดูกาลข้างหน้าก็คงจะเป็นเรื่องที่ยาก และดูจะไกลทีมแอสตัน วิลล่า ณ ปัจจุบันนี้ไปสักหน่อย เพราะบรรดาทีมคู่แข่งบิ๊กๆในพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่อยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์จริงๆนั้น

       มีนักเตะที่มีศักยภาพสูงเยอะแยะมากมายล้นทีม อันเกิดจากการทุ่มทุนซื้อตัวผู้เล่นด้วยเม็ดเงินมหาศาลในแต่ละครั้งที่ตลาดซื้อขายนักเตะเปิด ไม่ว่าจะเป็นทีมอย่างเชลซี แมนฯซิตี้ แมนฯยูไนเต็ด หรือแม้แต่ อาร์เซน่อล ก็ตามครับ  และนอกจากนี้ก็มีอีกหลายทีมที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทุ่มทุนซื้อตัวผู้เล่นด้วยเงินมหาศาลในแต่ละครั้ง แต่ก็มีการเสริมทัพบ้างเรื่อยๆด้วยผู้เล่นคุณภาพที่ราคาค่าตัวก็ไม่น้อยเช่นกัน แต่สำหรับทีมสิงห์ผงาด แอสตัน วิลล่า ทีมที่จัดอยู่ในระดับทีมที่ไม่ได้มีเงินเยอะแยะมากมายอะไร ไม่สามารถที่จะไปทุ่มทุนซื้อตัวผู้เล่นดีๆ อย่างหลายทีมมาเสริมทัพให้ทีมแกร่งขึ้น แล้วก้าวขึ้นไปลุ้นแชมป์ลีกในระยะเวลาอันรวดเร็ว แถมในทุกช่วงฤดูกาลที่ผ่านพ้นไปยังต้องสูญเสียนักเตะฝีเท้าดีๆไปเรื่อยๆอีกต่างหาก จึงเป็นการยากครับที่พวกเข้าจะก้าวกระโดดขึ้นมาลุ้นแชมป์

       แม้นว่า แอสตัน วิลล่า จะเป็นทีมที่มีประวัติความสำเร็จมากมายที่คอยเป็นแรงกระตุ้นให้บรรดานักเตะปัจจุบันของทีม ทำผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับทีมก็ตามทีครับ ฉะนั้นการลุ้นให้แอสตัน วิลล่า ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือประสบความสำเร็จในเวทียุโรป จึงเป็นเรื่องที่จะต้องลุ้น ต้องติดตามกันยาวๆต่อไป เสมือนความสำเร็จที่ยั่งยืนซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการก้าวไปข้างหน้า เฉกเช่นเดียวกันกับอีกหลายๆทีม ที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังในการทุ่มทุนซื้อนักเตะระดับเวิร์ดคลาสมาร่วมทีมนั้นแหละครับ 
8

       เชื่อว่าคงมีแฟนบอล แอสตัน วิลล่า และรวมถึงคนที่ติดตามดูบอลลีกของอังกฤษเป็นประจำหลายคนที่อยากจะทราบอย่างละเอียดสักหน่อยว่า ทีมแอสตัน วิลล่านั้นคว้าแชมป์อะไรในปีไหนบ้าง บทความนี้ก็เลยจะมากล่าวถึงข้อมูลดังกล่าวนี้ อย่างละเอียดสักหน่อย ก็เริ่มกันที่แชมป์สำคัญอย่างลีกสูงสุดของ อังกฤษ ก่อนเลยละกันนะครับ

       แอสตัน วิลล่า เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 7 สมัย เมื่อครั้งที่ยังเป็นดิวิชั่น 1 อยู่ โดยการคว้าแชมป์เกิดขึ้นในฤดูกาลต่างๆดังนี้ครับ ฤดูกาล 1893-1894 , 1895-1896, 1898-1899,1899-1990,1909-1910,1980-1981 ส่วนในลีกรองลงมาก็จะมี การคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 สองสมัย ในฤดูกาล 1937-1938, 1959-1960 การคว้าแชมป์ดิวิชั่น 3 สามสมัย ส่วนฟุตบอลถ้วยยุโรปนั้น ก็มีการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 1 สมัย (ปี 1982) ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ 1 สมัย ในฤดูกาล 1982-1983 ยูฟ่าอินเตอร์โตโต้คัพ 1 สมัย ในปี 2001 แล้วก็สำหรับฟุตบอลถ้วยต่างๆภายในประเทศก็มีดังนี้ครับ เอฟเอคัพ 7 สมัย ในปี 1887, 1895, 1897, 1905, 1913, 1920, 1957 ลีกคัพ  5 สมัยในปี1961, 1975, 1977, 1994, 1996 และ แชริตี้ ชิลด์ 1 สมัย ในปี 1981 ครับ ก็คงจะพอทำให้หลายคนถูกใจกันพอสมควรเลยนะครับ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความสำเร็จของทีมแอสตัน วิลล่าที่นำมาฝากกันให้ทราบในบทความนี้ และขณะเดียวกันก็คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนอาจจะเซ็ง และท้อแท้นิดๆที่ได้เห็นข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นแฟนบอลของทีมสิงห์ผงาดอยู่แล้ว

       เพราะการที่ได้รับรู้ว่าทีมตนเองนั้นเคยยิ่งใหญ่ เคยคว้าแชมป์ใดๆมามากเท่าไหร่นั้น มันยิ่งทำให้หวัง และอยากที่จะเห็นทีมของตนกลับมาประสบความสำเร็จแบบเดิมอีกครั้ง แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปของวงการฟุตบอล มีทีมดีๆหลายทีมที่พัฒนาขึ้นมาเป็นทีมที่ลุ้นความสำเร็จ ลุ้นแชมป์มากมาย ก็เลยทำให้โอกาสที่ความสำเร็จเหล่านั้นจะหวนกลับมาหาทีมไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้นอารมณ์ท้อ อารมณ์เซ็งที่เกิดขึ้นกับแฟนบอลวิลล่า หรือแม้กระทั่งแฟนบอลทีมอื่นๆที่ได้รับรู้ว่าทีมตนเคยคว้าแชมป์มามากมายเท่าไหร่จึงเป็นเรื่องธรรมดาครับ
9
ฟุตบอลบอร์ด / เมื่อค่าตัวนักเตะแพงเกินความเป็นจริง
« กระทู้ล่าสุด โดย Aston Villa Fanclub เมื่อ ตุลาคม 17, 2012, 03:29:16 PM »

       หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน แน่นอนว่าคงจะมีน้อยคนนักที่คิดว่า ราคาค่าตัวของบรรดานักฟุตบอลอาชีพโดยเฉพาะนักฟุตบอลอาชีพที่เล่นในลีกที่ได้รับความนิยมสูงๆ อย่างลีกสูงสุดของประเทศในยุโรปจะสูงลิบลิ่วขนาดหลักหลายพันล้านแบบนี้ แต่สำหรับในปัจจุบันก็อย่างที่ทุกคนเห็นว่า ราคาหลักพันล้านนั้นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่สโมสรใดๆจะยอมจ่ายเพื่อซื้อนักเตะดีๆสักคน และอาจจะเป็นราคาที่หลายคนมองว่าน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับนักเตะบางคน

       แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ส่วนตัวผมก็มองว่าราคาค่าตัวของนักเตะดีๆสมัยนี้นั้นแพงเกินความเป็นจริงอยู่ดี เพราะบรรดาทีม ฟุตบอล ที่สามารถซื้อนักเตะด้วยราคาสูงลิบลิ่วหลักพันล้านนั้น ก็มีไม่กี่ทีมอยู่ดี และส่วนใหญ่ก็เป็นทีมยักษ์ใหญ่หน้าเดิม ที่คนดูบอลคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นทีมประเภทที่มีมหาเศรษฐีมาเทคโอเวอร์แล้วนำเงินมาทุ่มเทซื้อนักเตะแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเพียงเพราะต้องการให้ทีมที่ตนเข้ามาเทคโอเวอร์นั้น ประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว เสมือนการลงทุนทำธุรกิจอื่นๆที่เวลาต้องการประสบความสำเร็จก็จะทุ่มเงินลงทุนไปมากๆนั้นแหละครับ และก็ด้วยการที่มีมหาเศรษฐีเข้ามาเทคโอเวอร์ทีม หรือสโมสรฟุตบอลต่างๆนี้แหละครับ ที่เป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญให้ราคาค่าตัวของนักฟุตบอลสมัยนี้แพงเกินความเป็นจริง หรือจะเรียกได้ว่าราคาโอเว่อร์น่ะครับ เนื่องจากว่าทีมที่ต้องการขายนักเตะฝีเท้าดีๆออกไปรู้อยู่แล้วว่า มีทีมที่พร้อมจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อตัวนักเตะไป

       ก็เลยมีการเรียกราคาค่าตัวนักเตะสูงมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์ต่อทีมมากที่สุด จนส่งผลให้ราคาค่าตัวนักเตะฝีเท้าดีๆสูงมากเกินไปอย่างที่เห็นกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าการที่ค่าตัวนักเตะสมัยนี้สูงมากนั้นมาจากเหตุผลดังกล่าวนี้เท่านั้นนะครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าการที่ค่าตัวนักเตะสูงนั้นไม่เป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลด้วยนะครับ เพราะอย่างไรเสียการที่ราคาค่าตัวนักเตะฝีเท้าดีๆสูงลิบลิ่วแบบนี้ก็เป็นการย้ำชัดให้ทั่วโลกเห็นแล้วครับว่าฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมมากแค่ไหน
หน้า: [1]